loading...

Monday, May 2, 2016

Unknown

“ประยุทธ์" ประกาศกลางสนามหลวงอยู่ใกล้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ไม่โกหก ไม่ทำอะไรผิดๆ ทำโรดแมปถึงปี 60 ฮึ่ม!



“ประยุทธ์" ประกาศกลางสนามหลวงอยู่ใกล้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ไม่โกหก ไม่ทำอะไรผิดๆ ทำโรดแมปถึงปี 60 ฮึ่ม! "วัดพระแก้วยังโดนยิง มันทำได้อย่างไร ศาสนาพุทธหัวใจคนไทยทั้งชาติ" ลั่นต่อให้ตายก็ยอม เสี่ยงอันตรายเข้ามาแล้วต้องทำให้สำเร็จ "ยิ่งลักษณ์" ดรามาสอน "บิ๊กตู่" ต้องอดทนเปิดใจรับฟัง ยกคำพูดย้อนศรที่เคยบอกถ้าเอากฎหมายมาบังคับคนให้ทำงานตามสั่งจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้าย "ตุ๊ดตู่" เปิดตำราป้อง 8 ผู้ต้องหาไม่เข้าข่ายความผิด ม.116 แนะประยุทธ์ไม่อยากให้คนล้อเลิกเป็นนายกฯ "เดอะแจ๊ค" จี้ถอนประกันแกนนำเสื้อแดงทั้งหมด
ที่ท้องสนามหลวง วันที่ 1 พฤษภาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวตอนหนึ่งในพิธีเปิดงานวันแรงงานแห่งชาติ ปี 2559 ว่า วันนี้มีคนอยู่หลายคนมาแกว่ง พี่น้องแรงงานต้องช่วยกันตรงนี้ อย่าให้เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือบิดเบือนต่างๆ มันคนละเรื่อง การเมืองก็ว่าไป แต่มันทำให้การทำงานของตนยากขึ้นทุกวัน เสร็จแล้วก็มีการบังคับใช้กฎหมาย ตำรวจก็โดนด่า วนกันอยู่อย่างนี้ กลับที่เดิมตลอด เราต้องอดทนมองไปข้างหน้าด้วยกัน ถ้าใครมีคำถามอะไรให้ไปถามในทีวีวันศุกร์ เพราะเอาคำถามของท่านมาพูด จะฟัง-ไม่ฟังไม่รู้ แต่สิ่งที่มุ่งหวังคือหนังสือพิมพ์เอาไปลงอยู่แล้ว ไปอ่านเอาตรงนั้นได้ ถ้าไม่พูดก็ไม่มีหนังสือพิมพ์ ใครจะฟังก็แล้วแต่
“วันนี้เราอยู่ใกล้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ผมไม่พูดอะไรที่โกหกหลอกลวงท่าน ผมเป็นทหารถวายสัตย์ปฏิญาณทุกปี ฉะนั้นคงไม่ทำอะไรผิดๆ ผมจะทำตามโรดแมปถึงปี 2560 อะไรที่ทำได้ก็จะทำเลย อะไรที่ส่งต่อก็ต้องส่งรัฐบาลหน้า ถึงจำเป็นต้องมีบทเฉพาะกาล ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อพวกท่าน เพื่อให้ทุกคนทำงานให้ท่านได้ แต่แค่นี้ยังไม่รับเลย ผมจะเชื่อมั่นได้อย่างไร ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน วันนี้กำลังดำเนินการอยู่ อย่าต่อต้านมากนัก ที่ผ่านมาอยากทำอะไรก็ทำ เขาเขียนกฎหมายมายังไม่รู้เลยว่าการพูดจาเป็นเท็จคืออะไร การใช้ความรุนแรง การพูดจาหยาบคาย ไม่รู้ไม่เข้าใจหรือ ต้องมาแปลอีกหรือ ถ้าแปลอย่างนี้เป็นอย่างนี้แสดงว่าการเรียนรู้ทำไม่ได้ เรียนมาสูงเสียเปล่า” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เราต้องทำให้ต่างชาติเห็นว่าประเทศไทยมีแต่รอยยิ้ม ที่ผ่านมามีแต่แยกเขี้ยวตีใส่กันทุกวัน หลายคนจะกลับไปที่เก่าอีก ต้องช่วยกันอย่าให้มันเกิดขึ้น บอกประชาชนว่าอย่าไปร่วมมือแบบนี้ เรื่องประชาธิปไตยก็ว่าไป ตนไม่ขัดแย้งด้วย อยากให้เป็นประชาธิปไตยที่แข็งแรง ไม่ใช่เอียงไปเอียงมาจนเกือบจะล้ม และล้มไปแล้ว ที่ตนเข้ามาไม่ได้ยึดอำนาจนายกฯ แต่เพราะไม่มีนายกฯ ไม่มีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม ใช้งบประมาณไม่ได้ จึงต้องเข้ามา ไม่เช่นนั้นวันนี้จะล้มทั้งหมด เข้าใจหรือยัง รวมถึงมีการยิงโน้นยิงนี่ วัดพระแก้วยังโดน ใครทำ มันทำได้อย่างไร ศาสนาพุทธเป็นหัวใจคนไทยทั้งชาติ ใครทำไปหามา ก็บิดเบือนกันอยู่นั่นทุกวัน แล้วจะให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการทั้งหมด ตนไม่ทะเลาะด้วย
“ต่อให้ตายก็ยอม เพราะผมให้ไปแล้ว พวกผมอุทิศไปแล้วทั้งตัวและหัวใจ ผมเสี่ยงอันตรายเข้ามา วันหน้าจะเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่ผมต้องทำ เพราะเห็นพวกท่านไม่มีความสุขไม่ได้ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ วันนี้ปรับตัวทั้งหมด ทั้งหมดต้องปรับตัวเข้าหากัน จะได้เป็นสังคมที่ไม่มีความรุนแรง ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายมากเกินจำเป็น ทุกคนต้องการกฎหมาย แต่ของเก่าที่ออกมายังไม่เชื่อ วันหน้าคอยดูแล้วกัน จากวันนี้จนถึง 7 ส.ค. ต้องช่วยผมนะ อย่าให้วุ่นวาย อย่าไปเป็นเครื่องมือเขา อย่าไปคิดว่าเดี๋ยวเขาเข้ามาแล้วจะปรับค่าแรงเป็น 400-500 บาท มันเป็นไปไม่ได้ จะเอาเงินที่ไหน ข้าวเกวียนละเท่าไรไม่รู้ เดี๋ยวก็มาอีกเชื่อผมสิ วันนี้อยู่ในคลังขายไม่ออก ขายไม่ได้ มีข้าวปลอมปนเยอะแยะ ถูกผิดผมไม่รู้ พูดไปก็โดนด่าอีก แต่ผมไม่กลัว” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
"ปู"ดรามาสอน"บิ๊กตู่"
วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า วันนี้ขออนุญาตเขียนถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะแม้ว่าวันนี้สถานะเราจะต่างกัน แต่เมื่อก่อนเราก็เคยร่วมงานกัน และดิฉันก็เคยอยู่ในสถานะเช่นท่านมาก่อน แม้ว่าที่มาที่ไปของเราจะต่างกัน จึงเข้าใจความรู้สึกของท่านเวลาถูกต่อว่าต่างๆ นานา ในฐานะที่เป็นผู้นำถือเป็นบุคคลสาธารณะ ที่ต้องพร้อมเปิดใจรับฟังการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในด้านดีและด้านลบ ที่มีต่อตัวเอง หรือรัฐบาล เพราะดิฉันเคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน ต้องเป็นฝ่ายอดทนมาโดยตลอด ย่อมเข้าใจความรู้สึกท่านดี เพียงแต่ดิฉันไม่สามารถที่จะออกกฎหมายหรือคำสั่งการใดๆ ให้เป็นกฎหมายได้เช่นท่าน
"เมื่อก่อนท่านก็เคยพูดกับดิฉันว่า ยามบ้านเมืองแตกแยก ถ้าคิดแต่เอากฎหมายมาปลดคนนั้นคนนี้ออก เพียงเพราะไม่สนองตอบนโยบาย หรือเอากฎหมายมาใช้บังคับคน ให้ทำงานตามคำสั่ง จะยิ่งทำให้สถานการณ์มันแย่และเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ ซึ่งดิฉันก็พูดมาโดยตลอดว่าคนที่มีความคิดเห็นต่าง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้บ้านเมืองแตกแยก แต่จะเป็นการดีที่จะได้ช่วยกันแสดงความคิด ความเห็นในการพัฒนาประเทศมากกว่า วันนี้ดิฉันจึงอยากจะขอฝากสิ่งที่ท่านเคยพูดไว้ หวังว่าท่านคงจะไม่ลืม และนำไปใช้เช่นเดียวกัน ตามที่เคยบอกกับดิฉันเมื่อสองปีที่แล้วนะคะ" น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุ
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงการจับกุมผู้ทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งการจับกุมคุมขังและใช้อำนาจกับผู้เห็นต่าง เป็นการเดินตามแผนของรัฐบาลที่เลือกใช้วิธีนี้ในช่วงการทำประชามติ เพียงแต่วิธีการแบบนี้ต้องแลกกับต้นทุนทางการเมืองมหาศาล และไม่แน่ใจว่าปัจจุบันรัฐบาลมีต้นทุนพอที่จะใช้อำนาจแบบนี้ได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งการชี้พฤติกรรมทำเพจล้อเลียนนายกฯ ว่าเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงมาตรา 116 แม้จะนำไปสู่การจำขังหยุดความเคลื่อนไหวนักกิจกรรมในโซเชียลฯ 8 คน แต่ได้ปลุกคนจำนวนมากให้ตื่นจากภวังค์แล้วตั้งคำถามว่าเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร
"ทั่วโลกรับรู้ว่าผู้นำประเทศกับการถูกวิพากษ์วิจารณ์หรือล้อเลียนเป็นของคู่กัน มีบางประเทศเท่านั้นที่ทำไม่ได้ จึงไม่เข้าใจว่าทำไมเวลานายกฯ แนะนำให้ดูละครก็พูดถึงซีรีส์ของเกาหลีใต้ แต่พอชีวิตจริงกลับสร้างซีรีส์เกาหลีเหนือให้คนไทยดู ซึ่งคนเหล่านี้เป็นเพียงหนุ่มสาวที่เห็นต่างกับผู้มีอำนาจ อาจมีความคึกคะนองบ้างแต่ก็ไม่ใช่อาชญากรที่ต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำ"
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการทุกขั้นตอนให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการพิจารณาคำร้องขอประกันตัวของศาลทหาร ซึ่งทนายความจะไปยื่นในวันที่ 2 พ.ค.นี้ ส่วนการระบุชื่อบุคคลต่างๆ ในผังที่เป็นข่าวนั้น เป็นการเอามาเกี่ยวไว้ลอยๆ โดยเฉพาะนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้จ่ายเงินค่าจ้าง ก็ไม่มีการแสดงหลักฐาน และไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา แต่เอามาเป็นจำเลยทางการเมือง เห็นนายกฯ ไปพูดที่ไหนก็มักมีลูกเล่นให้คนฮา และดูเหมือนทีมการเมืองของรัฐบาลจะถือเป็นตัวชี้วัดความนิยมด้วย คือถ้างานไหนฮามาก แสดงว่าคนชื่นชอบมาก ไม่นึกว่าอยู่ๆ จะไปไล่จับเด็กที่ไปทำเพจล้อเลียนได้
กางตำรา 8 ผู้ต้องหาไม่ผิด
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวในรายการมองไกลว่า การอ้างกฎหมายมาตรา 116 ที่ห้ามยุยงปลุกปั่นก่อความไม่สงบในราชอาณาจักร มาตั้งข้อหาจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 8 คนเกี่ยวข้องกับทำเพจ เรารัก พล.อ.ประยุทธ์ เป็นการยัดเยียดความผิดให้ประชาชนซึ่งไม่มีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดตามข้อหาตามสำนวนคำร้องของ พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าฝ่ายกฎหมายของ คสช.แต่อย่างใดทั้งสิ้น เอกสารคำร้องฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 8 คน แสดงถึงการเขียนสำนวนคดีของ คสช.ที่ร่วมมือกับตำรวจ ได้ลำดับพฤติการณ์ของผู้ต้องหา โดยโยงให้เกิดความสนิทสนมพิเศษกับกลุ่มเสื้อแดงมาเป็นสาเหตุหลักเพื่อดำเนินคดีในข้อกล่าวหาตาม มาตรา 116
"ผู้ต้องหาทั้ง 8 คนไม่มีพฤติการณ์เข้าข่ายมาตรา 116 แน่นอน เพราะไม่ได้ทำตามวงเล็บหนึ่ง แต่การล้อเลียนการเมืองมีกันตามสื่อทั่วไป และไม่ได้มุ่งใช้กำลังข่มขืนใจเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ส่วนวงเล็บสอง ยังไม่เข้าข่ายเช่นกัน เมื่อเป็นเพจล้อเลียน จึงไม่ได้ทำให้เกิดความไม่สงบในราชอาณาจักร และวงเล็บสาม คนไปดูเพจเรารัก พล.อ.ประยุทธ์แล้ว ได้ทำการละเมิดกฎหมายแผ่นดินกันสักกี่คน ซึ่งข้อเท็จจริงแล้ว ไม่มีเลย ดังนั้น หากไม่ต้องการให้ใครล้อเลียน ก็อย่ามาเป็นนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ระบุถึงขั้นไม่ต้องการให้คนกลุ่มนี้ได้อยู่ร่วมกับประชาชนทั่วไปที่อยู่ภายใต้กฎหมาย หมายความว่าอย่างไร ทำไมต้องพิพากษาคนอื่น และทำตัวเป็นศาลเสียเอง เมื่อต้องการกำจัดเพจแดงให้หมด โดยนำไปขังใช่หรือไม่ ความคิดแบบนี้จึงเป็นปัญหาบ้านเมืองตลอดมา" นายจตุพรกล่าว
ประธาน นปช. กล่าวต่อว่า เมื่อคนทั้ง 8 ไม่เข้าข่ายกฎหมายมาตรา 116 แต่การเขียนสำนวนคำร้องกล่าวโทษโยงให้ไปสนิทสนมเป็นพิเศษกับแกนนำเสื้อแดง นายพานทองแท้ ชินวัตร เพื่อให้เป็นความผิด แล้วกฎหมายที่ไหนให้เป็นกันแบบนี้ เพราะการล้อการเมืองมีทุกสมัย เป็นเรื่องปกติ ตนจึงขอให้มีอารมณ์ขัน ยิ่งมีการโยนเปลือกกล้วย ห่อมามาใส่นักข่าว ตนยังขำขันเลย การเอารูปตนไปใส่ในผังการทำความผิดด้วยนั้น เพื่อต้องการจะมาจับกันซึ่งหน้าหรือไม่ แล้วดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่ให้ประกันตัว การดำเนินคดีใคร ควรมีความเป็นธรรมบ้าง ท่านปล่อยให้ลูกน้องไปทำอย่างนี้ได้ไง อยากบอกว่า การตั้งข้อกล่าวหาใหญ่โต หลังจากดูเพจแล้วจะเกิดความปั่นป่วนในราชอาณาจักรเท่ากับต่อยกันใต้เข็มขัด อย่าทำได้มั้ย มีน้ำใจเป็นนักกีฬาบ้าง
เขากล่าวอีกว่า การตั้งข้อหามาตรา 116 ว่ายุยงปลุกปั่นนั้น ทำกันไม่แตกต่างจากกรณีที่เคยเขียนผังล้มเจ้า และการสร้างผังขอนแก่นโมเดล ซึ่งก็ทำกันแบบนี้ จับไปขังด้วยการกล่าวหาเท็จ ดังนั้นตนจึงต้องสั่งเสียล่วงหน้า ตนเองไม่ได้เป็นอะไร ยังถูกล้อเลียนแต่ทนได้ ถ้าไม่ให้ล้อเลียนแล้ว ไปทำนาอยู่ให้ไกลโพ้น ไม่ให้คนรู้ แต่การเป็นนายกรัฐมนตรียังถูกวิจารณ์กันได้
นายจตุพรกล่าวว่า ขณะนี้ประเทศอยู่ท่ามกลางความกลัว การตั้งข้อหาทำกันแบบนี้ หรือการทำโฆษณาชวนเชื่อทางการทหาร (ไอโอ) เช่นนี้ทำให้พังมามากแล้ว ตราบใดเป็นบุคคลสาธารณะแล้ว ประชาชนย่อมพูดถึงกันได้ การเขียนสำนวนคำร้องแบบตีกรรเชียงมันน่าอับอาย เพราะต้องการจะเอากันให้ได้ หวังเพียงเอาไปกลบเรื่องอื่นมันผิด เพื่อสร้างการเป็นต่อทางการเมือง แต่ประวัติศาสตร์เคยบ่งบอกถึงการทำแบบนี้ จะฉิบหายทุกราย และยังพยายามเชื่อมโยงเอาตัวผมไว้ในช่วงทำประชามติด้วย เล่นกันแบบนี้กันหรือ ควรปฏิบัติอย่างสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี ไม่ใช่ตั้งข้อหาเฮงซวยแบบนี้ ไม่อายบ้างหรือ
"แจ๊ค"จี้ถอนประกัน
"พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อดูหน้าผู้ใต้บังคับบัญชาพวกนี้แล้วท่านสบายใจหรือ คนพวกนี้ทำแบบไร้ธรรมจะบรรลัย เมื่อคนถูกรังแกโดยไม่มีข้อเท็จจริงเลย แล้วยังคัดค้านประกันตัว อ้างว่ากลัวไปยุ่งพยาน คนพวกนี้จะทำได้ที่ไหนกัน ถ้าบ้านเมืองปกติสู้คดีกันจะสนุกมาก ซึ่งผมเห็นด้วยกับการกล่าวของนายวัฒนา เมืองสุข ว่ามันเป็นเวลาของปืน ไม่ใช่เวลาขอกฎหมาย คนเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ต้องมีเกียรติ แต่มีลูกน้องทำกันแบบนี้ บิดเบือน ฟ้องไม่ตรงกับกฎหมาย โดยคนลุกฮือขึ้นมาในอดีต ล้วนเกิดจากการตามจับ ตามฆ่าถึงบ้านกันทั้งนั้น ลองศึกษาดู อย่าให้ประชาชนมายากลำบากกับความยุติธรรมอีกเลย" นายจตุพรกล่าว
ด้านนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่นายจตุพรเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจโชว์ใบเสร็จว่านายพานทองแท้ ชินวัตร จ่ายเงินจ้างทำเพจล้อเลียน พล.อ.ประยุทธ์ให้เป็นตัวตลกนั้น เป็นมุกเก่าๆของนายจตุพรที่ใช้มาตลอด เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ควรสนใจ แต่ควรปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพราะถ้าตำรวจหลงกล นายจตุพรก็อาจจะออกมาอ้างอีกว่าเป็นหลักฐานปลอม เหมือนคนเสื้อแดงที่กระทำความผิดแล้วถูกจับได้คาหนังคาเขานายจตุพรก็จะออกมาแถลงหน้าตาเฉยว่าเป็นคนเสื้อแดงปลอมทุกครั้ง พยานหลักฐานเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่รวบรวมทำสำนวนส่งอัยการฟ้องศาล ใครจะมาใช้วิธีการแบบที่เคยทำในสมัยรัฐบาลทักษิณยิ่งลักษณ์ไม่ได้ ยกเว้นว่ายังมีตำรวจมะเขือเทศแอบแฝงอยู่เท่านั้น

นายวัชระกล่าวว่า การที่นายจตุพรต้องแถลงเรียกร้องความเป็นธรรมให้นายพานทองแท้ ชินวัตร ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าเพราะอะไร ไม่ต้องอ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ ส่วนกรณีที่นายจตุพรสั่งเสียเรื่องอิสรภาพหรือชีวิต ผมไม่อยากให้นายจตุพรดรามาหลอกคนเสื้อแดงไปมากกว่านี้ การเสียอิสรภาพ เพราะถูกขังหรือถูกจำคุก ก็เพราะนายจตุพรทำผิดกฎหมายนั่นเอง จะยกเว้นนายจตุพรให้อยู่เหนือกฎหมายได้อย่างไร ส่วนกรณีการเสียชีวิต ไม่เห็นโลงศพอย่าเพิ่งหลั่งน้ำตา นายจตุพรหรือนายพานทองแท้ทำกรรมอะไรไว้กับบ้านเมือง ก็ต้องได้รับผลกรรมนั้นตามกฎแห่งกรรม ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ แม้ว่าจะหนีไปอยู่ต่างประเทศก็ตาม
"จากพฤติกรรมต่างๆ ของนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สองจำเลยที่ได้รับการประกันตัวในคดีก่อการร้าย ทั้งสองคนได้ปลุกระดม เคลื่อนไหวปลุกปั่นน่าจะเข้าข่ายละเมิดเงื่อนไขที่ศาลวางหลักเอาไว้ อัยการควรร้องขอต่อศาลให้ถอนประกันแกนนำคนเสื้อแดงทั้งหมดเพื่อความสงบสุขของสังคม คนเหล่านี้จะได้ไม่ใช้วาจาสร้างปัญหาให้บ้านเมืองอีกต่อไป" นายวัชระกล่าว
ช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่สกายวอล์กสถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี กลุ่มพลเมืองโต้กลับนัดหมายประชาชนทำกิจกรรม “โพสต์-สิทธิ” ร่วมเขียนข้อความประกาศเสรีภาพของประชาชน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ยานนาวา และ สน.ทุ่งมหาเมฆ วางกำลังหนึ่งกองร้อย โดยนำรั้วเหล็กมาปิดล้อมลานที่ทางกลุ่มนัดทำกิจกรรม เหลือช่องทางเดินให้ประชาชนสัญจรไปมา และมีเจ้าหน้าที่จากองค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น เข้าร่วมสังเกตการณ์
ต่อมาเวลา 16.15 น. นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว เดินทางมาถึงและกล่าวว่า พื้นที่ทำกิจกรรมไม่สามารถใช้ได้เพราะโดนปิดกั้น ทั้งที่เป็นที่สาธารณะ ส่วนสถานการณ์ปัจจุบันต้องดูว่าผู้มีอำนาจจะทำอย่างไร แต่การแก้ปัญหาด้วยวิธีรุนแรงนั้นเป็นหนทางที่ไม่ได้นำไปสู่ความสันติ รัฐบาลจะให้มีการลงประชามติโดยไม่มีสิทธิเสรีภาพอย่างนั้นหรือ
ระหว่างให้สัมภาษณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งนายสิรวิชญ์ว่า ให้ไปให้สัมภาษณ์ต่อที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ แต่นายสิรวิชญ์ปฏิเสธ โดยกล่าวว่าตนยังไม่ได้ทำอะไรเหตุใดจึงต้องไปสถานีตำรวจ หลังจากโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจปิดล้อมจนไม่สามารถเคลื่อนที่หรือทำกิจกรรมได้
นายสิรวิชญ์จึงตะโกนให้ประชาชนรับแจกกระดาษโพสต์อิทเพื่อเขียนและนำไปแปะเพื่อแสดงจุดยืนตามกิจกรรม “โพสต์-สิทธิ” หลังจากประชาชนที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมแปะโพสต์อิทตามเสาและพื้นทางเดินสกายวอล์กแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวนายสิรวิชญ์ไปยังสน.ทุ่งมหาเมฆ ท่ามกลางการติดตามจากสำนักข่าวต่างประเทศ.