ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.บุรีรัมย์ มีการแชร์คลิปกลุ่มนักเรียนหญิงอายุราว 15–17 ปี รุมตบเตะจิกผมและกระทืบเยาวชนหญิงอายุประมาณ 14–15 ปี ที่อ่างเก็บน้ำแห่งหนึ่งใน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ท่ามกลางเพื่อนที่ยืนรายล้อมคอยส่งเสียงเชียร์ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่โหดร้าย ล่าสุด ตร.ทราบตัวผู้ปรากฏในคลิปและเรียกตัวมาสอบสวนแล้ว
โดยพบว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า “กึ่งยิง กึ่งผ่าน” ได้โพส์ตคลิปวีดีโอ เป็นภาพกลุ่มเยาวชนนักเรียนหญิงอายุราว 15 – 17 ปี ร่วมกันรุมทำร้ายร่างกายเยาวชนหญิงอายุประมาณ 14 – 15 ปี โดยใช้ฝ่ามือตบหน้า จิกผม ใช้เท้าเตะศรีษะ และกระทืบตามร่างกายอย่างโหดเหี้ยมรุนแรง ท่ามกลางเพื่อนหญิงอีกหลายคนที่ยืนรายล้อมคอยส่งเสียงเชียร์ โดยไม่มีการห้ามปราบแต่อย่างใด ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณอ่างเก็บน้ำแห่งหนึ่ง ใน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ทั้งนี้ เจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าวยังได้โพส์ตข้อความว่า “ถึงเขาจะผิดขนาดไหนก็ไม่สมควรทำถึงขนาดนี้ ผู้ที่ถูกกระทำคือหลานผมเองครับ เหตุเกิดที่อ่างเก็บน้ำเขาพนมรุ้ง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 มี.ค. เวลาประมาณ 18.00 น.”
จากการตรวจสอบพบว่าเยาวชนหญิงผู้เสียหายที่ถูกทำร้าย ได้เข้ารับรักษาตัวในโรงพยาบาล อ.เฉลิมพระเกียรติ และเดินทางเข้าแจ้งความเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (31 มี.ค.) โดยเยาวชนผู้เสียหายมีร่องรอยถูกทำร้ายบริเวณใบหน้าจนบวมปูด ตามร่างกายฟกช้ำ
ขณะที่ทางตำรวจ สภ.เฉลิมพระเกียรติ ท้องที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า ผู้เสียหายได้เข้ามาแจ้งความและได้สอบปากคำแล้ว โดยเจ้าพนักงานกำลังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำผู้เสียหาย/พยาน ออกหมายเรียกผู้ต้องหาตามขั้นตอนของกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา หากผู้ต้องหาขัดหมายเรียก 2 ครั้ง จึงจะขออนุมัติศาลออกหมายจับ เคสนี้ไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้า ตำรวจจะจับโดยไม่มีหมายจับจากศาลไม่ได้ ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ถ้ารีบจับโดยไม่มีหมายก็จะเป็นการจับไม่ชอบ เมื่อตำรวจจับไม่ชอบ ศาลก็จะยกฟ้องปล่อยผู้ต้องหาไป และถูกมันฟ้องกลับว่าปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบอีก ขอให้เข้าใจตำรวจด้วย
โดยล่าสุดทางตำรวจได้เรียกผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายเยาวชนหญิงที่ปรากฏในคลิปวีดิโอการทำร้าย มาสอบปากคำแล้ว โดยยอมรับสารภาพ ว่า ได้ร่วมกันก่อเหตุทำร้ายเยาวชนหญิงคนดังกล่าวจริง หลังจากนัดมาเคลียร์ปัญหากัน เบื้องต้น พนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อหาบุคคลทั้ง 3 ที่ปรากฏในคลิปแล้ว ข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1459474942
loading...
