loading...

Saturday, March 26, 2016

Unknown

นาทีชีวิต4นศ.หนีตาย ซิ่งเก๋งพุ่งชนต้นไม้ในม. ไฟท่วม-หวิดถูกย่างสด



อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเวลา สถานที่ สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากความประมาทแทบทั้งสิ้น เหมือนเหตุการณ์ที่ 4 นักศึกษาซิ่งเก๋งเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ แล้วเกิดไฟลุกไหม้ แทบเอาชีวิตไม่รอด เหตุเกิดภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตปราจีนบุรี เมื่อไม่นานมานี้


เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 16 มี.ค. รถเก๋งนิสสัน เทียน่า สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน สฮ 9802 กรุงเทพมหานคร ภายในรถมีวัยรุ่นชาย-หญิง รวม 4 คน วิ่งอยู่บนถนนภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตปราจีนบุรี หมู่ 21 ต.เนินหอม อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ด้วยความเร็วพอสมควร

 จู่ๆ รถเก๋งคันดังกล่าวเกิดเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทาง จนหน้ารถยับยู่ยี่ คนในรถได้รับบาดเจ็บไปตามๆ กัน ระหว่างนั้นเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อมีกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากเครื่องยนต์ ตามมาด้วยแสงเพลิงลุกไหม้ตามมาอย่างรวดเร็ว ซ้ำมีทีท่าจะลุกลามอย่างต่อเนื่อง



ระหว่างนั้นคนงานก่อสร้างที่อยู่ใกล้ๆ ซึ่งเห็นเหตุการณ์ ได้พากันวิ่งไปที่รถ เนื่องจากเห็นว่าผู้บาดเจ็บทั้ง 4 คน ยังคงอยู่ในรถและเพลิงมีทีท่าว่าจะลุกลามเข้าห้องโดยสาร จึงรีบวิ่งไปช่วยดึงตัวผู้บาดเจ็บทั้งหมดออกมาอย่างระทึก เพราะหากเกิดระเบิดขึ้นมาทั้ง 4 คน คงไม่เหลือชีวิตอีกเป็นแน่ โดยพบว่าทั้งหมดมีอาการ ฟกช้ำดำเขียว มีอาการทางกระดูกที่คอ แขนและขา หลังจากช่วยทั้งหมดออกมาจึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 ร.ต.ท.ถิรวัฒน์ เอี่ยมอ่อน รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองปราจีนบุรี ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ ได้รับแจ้งเหตุ จึงประสานขอกำลังรถดับเพลิงจากเทศบาลบ้านนาปรือ, อบต.บ้านพระ และอบต.เนินหอม แล้วรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างบำเพ็ญธรรมสถานปราจีนบุรี

 รถดับเพลิงของเทศบาลบ้านนาปรือ, อบต.บ้านพระ และอบต.เนินหอม มาถึงที่เกิดเหตุ จึงช่วยกันระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างเร่งด่วน แต่ไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่คาดว่ารถที่เกิดเหตุน่าจะเป็นรถติดตั้งระบบแก๊ส จึงได้พยายามฉีดน้ำหล่อเลี้ยงเพื่อไม่ให้ถังแก๊สที่อยู่บริเวณด้านหลังระเบิด ต้องใช้เวลานานเกือบ 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ จากการตรวจสอบสภาพรถพบว่าเพลิงไหม้เสียหายเกือบทั้งคัน เหลือเพียงส่วนกระโปรงหลังเท่านั้น หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงเร่งนำตัวผู้บาดเจ็บทั้ง 4 คน ส่งโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร แพทย์ได้ช่วยเหลือจนอาการปลอดภัย



 สอบสวนทราบชื่อต่อมาคือ นายธัญวรัตน์ ซีตา อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40/16 หมู่ 4 ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะเทคโนโลยีและการจัดการอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งเป็นคนขับ นายศุภกร มีสติ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49/326 หมู่ 9 ต.บึงคอไห อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี นั่งหน้าข้างคนขับ อีก 2 รายที่นั่งอยู่เบาะหลังมี นายปฐวิกาญจน์ เฟื่องฟุ้ง อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปี 1 และ น.ส.กมลชนก จิตร์เพิ่ม อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปี 3 ทั้ง 2 คน อยู่คณะเดียวกับนายธัญวรัตน์

 เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนสาเหตุและความเป็นมา ทราบว่า รถคันดังกล่าวเป็นของนายธัญวรัตน์ ได้ขับรถพานายศุภกร เพื่อนรุ่นน้อง มาสอบที่มหา วิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตปราจีนบุรี ซึ่งเป็นสนามสอบตรง โดยมีนาย ปฐวิกาญจน์ และน.ส.กมลชนก นักศึกษาคณะเดียวกันนั่งมาด้วย


 หลังจากสอบเสร็จภาคเช้านาย ธัญวรัตน์ จึงได้พาเพื่อนทั้งหมดออกไปหาอาหารรับประทานนอกมหาวิทยาลัย ขณะขับไปถึงบริเวณที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้ง ประกอบกับมาด้วยความเร็ว ทำให้รถเสียหลักปีนขึ้นไปบนฟุตปาธด้านซ้าย ชนกับต้นไม้อย่างแรง จนเกิดเปลวไฟลุกไหม้จากบริเวณตัวเครื่องด้านหน้า และกำลังลุกไหม้เข้ามาภายในตัวเก๋ง คนงานก่อสร้างที่อยู่แถวจุดเกิดเหตุ จึงวิ่งเข้ามาช่วยกันดึงร่างนักศึกษาทั้งหมดออกมาจากในตัวรถ ก่อนที่ไฟจะลุกไหม้ตัวเก๋ง

 หากสถานที่เกิดเหตุเป็นที่เปลี่ยวร้าง ไม่มีผู้คน ผู้บาดเจ็บทั้ง4 คน อาจจะถูกไฟคลอกเสียชีวิตไปแล้วก็เป็นได้ แต่โชคดีที่มีคนงานก่อสร้างอยู่ใกล้ๆ จึงช่วยเหลือออกมาได้ทัน นับเป็นอุทาหรณ์ เตือนใจ ในการใช้ชีวิต เพราะเพียงเสี้ยววินาที มันสามารถบ่งชี้ความเป็นความตายได้เลยทีเดียว

http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1458910615