loading...

Monday, October 12, 2015

Unknown

เมีย-ลูกสุดเศร้า!! ร่ำไห้กอดศพ‘ร.ต.ท.’ถูกฟันเหวอะ ไม่กล้าบอกลูกคนเล็กพ่อตาย-จับชายคลั่ง

 เจ้าหน้าที่ตำรวจไล่ล่าคนร้าย หลังก่อเหตุฟันรอง สวป.ดับ ขณะเข้าระงับเหตุชายคลุ้มคลั่งทำร้ายชาวบ้าน ก่อนหยิบปืนของตำรวจติดมือไปด้วย ปิดล้อมตลอดทั้งคืน ก่อนวิ่งหลบหนีเข้าป่ามันสำปะหลัง ชักปืนยิงใส่ตำรวจก่อน เจ้าหน้าที่จึงยิงสวนถูกขาได้รับบาดเจ็บ จนควบคุมตัวไว้ได้ หน่วยงานต้นสังกัดเตรียมเสนอปูนบำเหน็จเลื่อน 7 ขั้น 5 ชั้นยศ เป็นพลตำรวจตรี




 เมื่อวันที่ 12 ต.ค. พล.ต.ต.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบก.ภ.จวพิษณุโลก เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายธีรยุทธ  อายุ 42 ปี ได้แล้ว หลังจากปิดล้อมในที่เกิดเหตุตั้งแต่เมื่อคืนจนกระทั่งเช้า พบนายธีรยุทธ กำลังวิ่งหลบหนีเข้าป่ามันสำปะหลัง ตำรวจวิ่งไล่ติดตาม คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนที่ขโมยจาก ร.ต.ท.ก้องหล้า แสงฤทธิ์ ผู้เสียชีวิต ยิงใส่ตำรวจ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องยิงขา จนนายธีรยุทธ ได้รับบาดเจ็บ จึงสามารถควบคุมตัวไว้ได้





 ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อช่วงประมาณ 19.00 น. วันที่ 11 ต.ค. ที่ผ่านมา ร.ต.ท.กิตติณัฏฐ์ บุญแท้ ร้อยเวร สภ.วังทอง จ.พิษณุโลก รับแจ้งเหตุมีชายคลุ้มคลั่งใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณปากซอยตรงข้ามโรงเรียนวัดกกไม้แดง หมู่ 7 บ้านแหลมม่วง ริมถนนเส้นวังทอง–สากเหล็ก ต.ดินทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้ง จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธรธวัช แจ่มอุดมโชต ผกก.สภ.วังทอง ผู้บังคับบัญชา

 ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อมาสด้า สีดำ จอดแน่นิ่งอยู่ บริเวณข้างรถพบกองเลือดสาดกระเซ็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยบูรพาได้ให้การช่วยเหลือนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บ นำส่งโรงพยาบาลวังทองไปก่อนหน้านี้ ทราบชื่อต่อมา คือ ร.ต.ท.ก้องหล้า แสงฤทธิ์ อายุ 59 ปี รอง สวป. สภ.วังทอง ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าหน่วยบริการประชาชนตำบลดินทอง สภ.วังทอง จ.พิษณุโลก

 มีบาดแผลถูกฟันที่ศีรษะลึกถึงกะโหลก 12 แผล หน้าท้อง 1 แผล ชายโครงขวา 1 แผล แขนขวา 1 แผล หลัง 3 แผล ข้อมือขวาหวิดขาด ฟันด้านหน้าหักหลายซี่ โดยแพทย์และพยาบาลพยายามยื้อชีวิตกว่า 1 ชั่วโมง แต่เนื่องจากอาการสาหัสและเสียเลือดมาก จึงทนพิษบาดแผลไม่ไหวทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา



 นางจำเนียร แสงฤทธิ์ อายุ 56 ปี อยู่หมู่ 6 ต.ดินทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ภรรยาของผู้เสียชีวิต พร้อมด้วย น.ส.เขมมิกา แสงฤทธิ์ อายุ 29 ปี บุตรสาว และญาติรวมทั้งชาวบ้าน ต่างพากันเดินทางมาที่โรงพยาบาลวังทอง หลังจากทราบว่า ร.ต.ท.ก้องหล้า เสียชีวิต ถึงกับร่ำไห้ด้วยความเสียใจกันทุกคน ถึงกับโผเข้าไปกอดศพผู้เสียชีวิต ส่วนนางจำเนียร ภรรยา เอาแต่กอดขาเทียมของสามีร่ำไห้แทบไม่ได้สติ

 โดยนางจำเนียร เปิดเผยในเวลาต่อมาว่า สามีกำลังทานข้าวอยู่ที่บ้านพัก พร้อมกับตนเองและบุตรสาว ขณะนั้นได้รับแจ้งทางวิทยุสื่อสารว่า มีเหตุชายคลุ้มคลั่งถือมีดจะทำร้ายชาวบ้าน ที่หมู่ 7 บ้านแหลมม่วง จึงละจากวงข้าว แต่งกายชุดตำรวจสีกากีครึ่งท่อนทันที เพื่อจะไปปฏิบัติหน้าที่

 แม้ภรรยากับบุตรสาวจะทักท้วงห้ามปรามว่าหมดเวลาทำงานแล้วก็ตาม แต่ด้วยปกติวิสัยแล้ว ร.ต.ท.ก้องหล้า จะออกปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้งเมื่อได้รับแจ้งเหตุทางวิทยุสื่อสาร แม้จะหมดเวลาทำงานแล้วก็ตาม จึงขับรถยนต์เก๋งส่วนตัวออกจากบ้านไปยังที่เกิดเหตุ



 กระทั่งมาทราบข่าวอีกทีว่าถูกคนร้ายคลุ้มคลั่งใช้อาวุธมีดฟันได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยและชาวบ้านช่วยกันนำส่งโรงพยาบาล ตนกับบุตรสาวและญาติจึงรีบติดตามกันมาดู แต่ก็ไม่ได้ทันดูใจสามี

 นางจำเนียร กล่าวว่า บุตรชายคนเล็ก คือ นายเมษา แสงฤทธิ์ อายุ 21 ปี เพิ่งสอบติดนายสิบตำรวจอยู่ที่ จ.ขอนแก่น และเพิ่งเดินทางมากราบเท้าพ่อหลังสอบติดเมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ตอนนี้ตนยังไม่กล้าบอกบุตรชายเลย เพราะกลัวบุตรชายทำใจไม่ได้ว่าพ่อเสียชีวิตแล้ว เนื่องจากปีหน้าสามีตนก็จะเกษียณแล้ว

 เบื้องต้นจากกาสอบสวน ทราบชื่อคนร้ายรายนี้ คือ นายธีรยุทธ หรือ ทา อายุ 42 ปี อยู่หมู่ 7 ต.ดินทอง อ.วังทอง เป็นคนสติไม่สมประกอบ มีประวัติเคยเข้ารับการรักษาอาการทางจิตเวชที่โรงพยาบาลวังทอง โดยขณะก่อเหตุคนร้ายไม่สวมเสื้อ ใส่กางเกงขาสั้นสามส่วน สะพายย่าม ใช้อาวุธมีดขอและมีดพกอีก 2 เล่มเป็นอาวุธ หลังเกิดเหตุ ปืนพกประจำตัวของสามีก็หายไปด้วย นอกจากนี้คนร้ายยังทำมีดขอเปื้อนเลือดตกไว้ในที่เกิดเหตุ ก่อนวิ่งหลบหนีไปกับความมืดพร้อมกับอาวุธมีดพก



 พ.ต.อ.นฤชา สุวรรณลาภา รอง ผบก.อก.ภ.6 หลังทราบข่าวจึงได้เดินทางมาดูศพผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ร.ต.ท.ก้องหล้า เป็นตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชาที่ตนรู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดี เคยร่วมงานที่เสี่ยงภัยด้วยกันมาหลายครั้งในขณะที่จับกุมคนร้ายคดีร้ายแรงต่างๆ ตนไม่คิดว่าผู้ใต้บังคับบัญชาน้ำดีจะมาเสียชีวิต ขณะปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้ ซึ่งขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณกว่า 30 นาย ได้ลงพื้นที่ปิดล้อมที่เกิดเหตุไว้แล้วบริเวณวัดกกไม้แดง ซึ่งคาดว่าคนร้ายอาจจะหลบหนีอยู่ในบริเวณดังกล่าว และหยิบฉวยอาวุธปืนของ ร.ต.ท.ก้องหล้าติดมือไปด้วย โดยให้ตำรวจเพิ่มความระมัดระวัง



 ด้าน พล.ต.ต.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบก.ภ.จวพิษณุโลก กล่าวอีกว่า ร.ต.ท.ก้องหล้า เป็นผู้ปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งกำชับดูแลคดีนี้อย่างดี โดยเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก จะได้เสนอให้ปูนบำเหน็จ 7 ขั้น 5 ชั้นยศ เลื่อนเป็น พลตำรวจตรี และบุตรได้รับสิทธิ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนงานศพนั้นทางตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลกจะดูแลตลอดทั้งงาน โดยมีกำหนดตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่บ้านพักเลขที่ 10 ม.6 ต.ดินทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก บ้านของนายช่อ แสงฤทธิ์ บิดาของ ร.ต.ท.ก้องหล้า อย่างไรก็ตามขอเตือนข้าราชการตำรวจในการปฏิบัติงานขอให้ดูแลความปลอดภัยของตนเองเป็นหลัก