loading...

Friday, September 25, 2015

Unknown

เสียใจวาสนาไม่พอ! "ตั๊น" แถลงเคลียร์ ไม่ขอเดินหน้าเป็นตำรวจแล้ว หวั่นทำแตกแยก==>VIDEO




ตั๊น จิตภัสร์ แถลงเสียงสั่น ขอถอนตัวสมัครเป็นตำรวจ บอกไม่มีวาสนาพอ เผยตัดสินใจด้วยตัวเอง ย้ำไม่อยากให้เกิดความขัดแย้ง



เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 กันยายน ที่โรงแรดุสิตธานี กรุงเทพฯ น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร หรือ ตั๊น อดีตแกนนำ กปปส. แถลงข่าวเปิดใจชี้แจงต่อกรณีการสมัครเข้ารับราชการตำรวจ ในสังกัดกองบังคับการสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (รองสารวัตร 191) ว่า 

เรื่องดังกล่าวนั้นตนมีเจตนารมรณ์ตั้งใจทำงานเพื่ออสร้างประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติ ซึ่งเป็นภาระหน้าที่ทำมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่สมัครส.ส. ทำงานการเมืองที่ผ่านมา แม้ไม่ได้รับการเลือกตั้ง แต่ยังทำงานเชิงจิตอาสาตลอด 7 ปี ซึ่งจากกรณีดังกล่าวได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ส่วนตัวขอยืนยันเกิดจากความบริสุทธิ์ใจ ที่อยากมีส่วนในการทำหน้าที่ตำรวจ หรือ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ มีหน้าที่คอยดูแลบำบัดทุกข์บำรุงสุข ใกล้ชิดพี่น้องประชาชนอีกทาง ซึ่งตำรวจเป็นอาชีพทรงเกียรติ เสียสละ ทำงานหนัก เป็นผู้รักษากฎหมาย เพื่อผดุงความยุติธรรมให้กับประชาชน

น.ส.จิตภัสร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาส่วนตัวได้ทำงานร่มกับตำรวจบางสถานการณ์รับรู้ความทุกข์ยาก โดยเฉพาะตำรวจชั้นประทวน ทำให้มีความเข้าใจและอยากมีส่วนร่วมในการศึกษากระบวนการทำงานของตำรวจ  เพราะตำรวจยังขาดแคลนบุคลากรและงบประมาณ ซึ่งถ้ามีโอกาสส่วนตัวไม่ลังเลที่จะเข้าร่วมเป็นตำรวจ โดยการเปิดรับสมัครตำรวจมีประจำทุกปี ต้องผ่านการคัดเลือกตามระเบียบของสำนำงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และตนได้ดำเนินการตามปกติ ตามระเบียบที่เกี่ยวข้องทุกประการ ซึ่งยืนยันว่าตนยังไม่ได้รับบรรจุเป็นยศ ร.ต.ต. ที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ และปัจจุบันยังไม่ทราว่าจะสอบผ่านการคัดเลือกหรือไม่ นอกจากนี้ การชุมนุมที่ผ่านมา 

แม้ส่วนตัวมีบทบาทการเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่ไม่มีเจตนาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของพี่น้องตำรวจ ได้แสดงออกโดยอยากให้ตำรวจเป็นที่พึ่งแท้จริงของประชาชน แม้ในสถานการณ์การชุมนุมได้เจอกับตำรวจ ต่างมีน้ำจิตน้ำใจไม่ตรีต่อกัน เพราะเข้าใจว่าต่างคนดำเนินการไปตามหน้าที่ส่วนกรณีมีภาพปรากฏผู้หญิงคนหนึ่งทำลายป้ายสตช. และต่อมามีการนำภาพดังกล่าวตัดต่อว่าเป็นตนเอง ยืนยันไม่เป็นความจริง รวมถึงการให้สัมภษณ์ในช่วงชุมนุมที่เป็นภาษาอังกฤษ มีการบิดเบือน ซึ่งไม่เป็นความจริง


“ทุกวันนี้น่าเป็นห่วงมาก มีการทำสงครามข่าวสาร โดยไม่คำนึงถึงข้อเท็จจริงแต่ละเหตุการณ์ สะท้อนให้เห็นว่าสังคมไทยในปัจุบันจมปรักในความขัดแย่ง ไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน ดังนั้น เพื่อไม่ให้กรณีของดิฉัน ที่ทำให้พ่อแม่พี่น้องเกิดความไม่สบายใจและถกเถียงกัน โดยเฉพาะแวดวงข้าราชการตำรวจทุกระดับชั้น อันจะทำให้กลายเป็นความไม่สงบสุขในองค์กรตำรวจ หรือ ขยายผลไปเป็นขัดแย้งในสังคม ดิฉันจึงตัดสินใจไม่ดำเนินการต่อไปตามขั้นการคัดเลือกเป็นข้าราชการตำรวจ 

ท้ายที่สุดขอบคุณทกกำลังใจ และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ที่คงไม่มีวาสนาเข้ามาทำงานตำรวจ สวมเครื่องแบบตำรวจ ในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎณ์ และพร้อมยนำคำติมาพัฒนาตัวเอง และรับใช้ประชาชน ในฐานะผู้หญิงที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อทำประโยชน์ให้ทุกคนอย่างไม่ย่อท้อ และอยากเห็นคนไทยมอบความรักให้กัน แทนความเกลียดชังบนความขัดแย้งแตกแยก เพื่อเดินหน้าประเทศไทยอย่างแข็งแกร่งยังยืนต่อไป” น.ส.จิตภัสร์ กล่าว

เมื่อถามว่าการตัดสินใจดังกล่าวเป็นได้ปรึกษาผู้ใหญ่หรือไม่ น.ส.จิตภัสร์ กล่าวว่า ยืนยันการตัดสินใจเข้าเป็นตำรวจ เป็นการตัดสินใจด้วยตัวเองไม่ได้ปรึกษาใคร ซึ่งพอเกิดกระแสสังคม ทุกคนในบ้านรวมถึงผู้ใหญ่ก็ให้กำลังใจและทำงานเพื่อประชาชนต่อไป

เมื่อถามถึงทิศทางทางการเมืองในอนาคตน.ส.จิตภัสร์กล่าวว่าไม่ว่าอยู่จุดไหนก็ตามจะมีตำแหน่งหรือไม่มีตนก็จะขอทำงานเพื่อประชาชนและประเทศต่อไปจากนี้ส่วนตัวก็จะทำงานด้านภาคประชาชนในฐานะผู้ช่วยเลขานุการมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศขณะที่งานด้านการเมืองให้ถือเป็นเรื่องของอนาคต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศระหว่างการแถลงข่าวนั้น น.ส.จิตภัสร์ มีน้ำเสียงสั่นเครือ และสีหน้าคล้ายกับจะร้องไห้ โดยเฉพาะช่วงที่ระบุถึงการตัดใจสินถอนตัวและจะไม่ดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอนการรับราชการตำรวจ ซึ่งหลังจากแถลงข่าวเสร็จสิ้น น.ส.จิตภัสร์ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ก่อนลุกออกจากห้องแถลงข่าวไปทันที 

นอกจากนี้ ยังมีจดหมายเปิดผนึกของน.ส.จิตภัสร์ ถึงด.ต.ธีรเดช เล็กภู ซึ่งเป็นนายตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บการเต๊ะรเบิดช่วงระหว่างการชุมนุมกปปส. โดยมีเนื้อหาระบุตอนหนึ่งว่า “แม้เราจะทำหน้าที่ต่างกัน แต่ตั๊นขอกราบคาราวะในการเสียสละของท่าน ที่มีให้เพื่อนพ้องของท่าน จิตใจนักสู้ของท่านเหนือสิ่งอื่นใด ของนับถือในการเสียสละของตัวท่านเอง เพื่อปกป้องเพื่อนพ้องของท่าน ไม่เช่นนั้นคงมีพี่น้องตำรวจได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก หาได้ยากกับการเสียสละยิ่งใหญ่ขนาดนี้”

matichon.co.th