วันนี้ (15 ก.ย.) ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 12.00 น. พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป.กล่าวถึงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง อายุ 50 ปี หรือเสี่ยจืด นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และประธานกลุ่มวิทยาตลาดทุนกิจการเพื่อสังคม (วตท.) รุ่นที่ 20 เสียชีวิตในขณะนั่งรถยนต์เล็กซัส สีดำ ทะเบียน ภฉ 1889 กรุงเทพมหานคร โดยมี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ และอดีต รมช.พาณิชย์ เป็นคนขับ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา ว่า ในวันเดียวกันนี้ ตนได้เรียกประชุมคณะทำงานคดีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ ซึ่งตนได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ประเสริฐ พัฒนาดี รอง ผบก.ป.เป็นหัวหน้าคณะ โดยมีการหารือและติดตามความคืบหน้าว่าประเด็นใดบ้างที่ทำแล้วเสร็จ เรื่องไหนที่ต้องสอบสวน หรือแบ่งให้กับฝ่ายสืบสวนต้องไปทำเพิ่มเติม
พล.ต.ต.อัคราเดช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ก็ได้รับรายงานจากฝ่ายสืบสวนเกี่ยวกับเรื่องเส้นทางการเดินทางและความเป็นอยู่การใช้ชีวิตของนายชูวงษ์ และผู้ที่อยู่ใกล้ชิดในช่วงวัน เวลา ก่อนจะเสียชีวิต คือตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงค่ำ รวมทั้งตรวจสอบเรื่องเส้นทางการเดินทางในวันนั้น จุดอื่นๆ ที่เรากำลังตรวจสอบเพิ่มเติม คือบริเวณข้างเคียงเส้นทางที่เรามีจุดซึ่งยังมีข้อสงสัย และในวันเดียวกันนี้ ก็จะให้ฝ่ายสอบสวนนำสิ่งของที่เป็นหลักฐานที่ได้รับเพิ่มเติมไปตรวจสอบ
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการจำลองเหตุการณ์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอีกครั้ง พล.ต.ต.อัคราเดช กล่าวว่า ในส่วนนี้ก็ได้ประสานไปทางสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ จัดหาผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้ นัดหมายกันว่าน่าจะมีการตรวจสอบและจำลองเหตุการณ์ในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ เมื่อทุกฝ่ายพร้อมแล้ว คงพิสูจน์ทั้งเรื่องของเงื่อนเวลาประกอบกับพยานหลักฐานต่างๆ ในคดี รวมทั้งการใช้ชีวิตตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงสนามกอล์ฟ และในเรื่องอุปกรณ์ทางเทคนิคต่างๆ ที่ต้องสอดคล้องกัน
ผบก.ป.กล่าวอีกว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเรียกตัว พ.ต.ท.บรรยิน มาสอบปากคำเพิ่มเติมแต่อย่างใด เพียงแต่เราจะออกหมายเรียกเพื่อให้นำรถยนต์คันเกิดเหตุ กลับมาให้พนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบอีกครั้ง ตนยืนยันว่าพยานหลักฐานต่างๆ ที่ได้รับมา ยังคงต้องตรวจสอบเรายังไม่ฟันธงว่าสาเหตุการเสียชีวิต เกิดจากการฆาตกรรม หรือเป็นอุบัติเหตุ ตนได้กำชับทีมงานทั้งฝ่ายสืบสวนและสอบสวน ว่าเรามีทั้งมือซ้ายและมือขวา มือซ้ายเราให้ถือว่าเป็นอุบัติเหตุ มือขวาเราดูเรื่องฆาตกรรม ดังนั้นเราไม่มีธง ว่าจะเป็นสาเหตุใด ขอให้เดินไปตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริง
ต่อข้อถามเรื่องการเรียกแพทย์ที่ชันสูตรมาสอบปากคำเพิ่มเติม นั้น พล.ต.ต.อัคราเดช กล่าวว่า ทางพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำไว้แล้ว ส่วนข้อสงสัยบางเรื่องยังต้องรอเอกสาร คือ สำนวนชันสูตรจากตำรวจ สน.อุดมสุข เพื่อดูว่ามีประเด็นใดบ้างที่เราจะต้องพิสูจน์หรือการชี้นำจากฝ่ายแพทย์ การตายโดยผิดธรรมชาติ ถือว่าเป็นไปตามกฎหมายที่ต้องมีการชันสูตรพลิกศพ ในเบื้องต้นได้รับผลการรายงานเป็นเอกสารจากแพทย์แต่ต้องเก็บไว้ในสำนวนการสอบสวน
พล.ต.ต.อัคราเดช กล่าวว่า กรณีของสำนวนชันสูตรตนก็ไม่ทราบว่า ทาง สน.อุดมสุข ติดขัดปัญหาอุปสรรคใด จึงยังไม่ส่งสำนวนดังกล่าวมาให้กับทางพนักงานสอบสวน บก.ป.แต่ก็มีการทวงถามไปแล้ว ส่วนหลักฐานที่ได้รับเพิ่มเติมจากฝ่ายญาติของนายชูวงษ์ เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา นั้น ได้นำส่งให้กับทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ได้ตรวจสอบแล้ว ตนยืนยันว่าการตรวจสอบจะดำเนินการอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม เราจะตรวจสอบว่าสิ่งใดที่ สน.อุดมสุข ดำเนินการไปแล้ว แต่ยังมีสิ่งที่เราต้องทำเพิ่มเติม การดำเนินการจนถึงขณะนี้มีความแน่นหนาในเรื่องของเอกสาร มีความครบถ้วนเรื่องการตรวจสอบในทุกด้าน ถือว่าหัวหน้าชุดได้ดำเนินการด้วยความรอบคอบ
"สำหรับการสรุปสาเหตุของการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ คงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ขอให้พยานหลักฐานนั้นครบถ้วนสมบูรณ์ แต่เราก็จะพยายามทำให้อยู่ในกรอบเวลาที่เหมาะสมไม่เนิ่นนานจนเกินไป ส่วนกรณีการใช้หุ่นจำลองในการจำลองเหตุการณ์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นด้วยนั้น ก็ได้รับความกรุณาจาก พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ได้ประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนักวิชาการ และทางภาคเอกชน และจะมีการใช้รถยนต์จำลองเหตุการณ์อีกด้วย" พล.ต.ต.อัคราเดช กล่าว
ผบก.ป.กล่าวถึงกรณีการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ ไปยังบุคคลที่ 3 ว่า สำนวนคดีที่คณะทำงานได้ดำเนินการไปมีความคืบหน้ามาก และขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายเรียก หรือขอออกหมายจับใครเพิ่มเติม
